13 พฤษภาคม 2558

เที่ยวญี่ปุ่น: ไปญี่ปุ่นแต่เที่ยวแอลป์ (Japan Alpine Route) ตอนที่ 2

จากตอนที่แล้วพูดถึงการเดินทางด้วย Hokoriku Shinkansen จากโตเกียวมาโทยามะ ของอร่อยโทยามะคือซูชิโดยเฉพาะอย่างยิ่งโทโรทั้งหลาย และการฝากสัมภาระให้ไปส่งปลายทางเพื่อเที่ยวเส้นทางแอลป์ญี่ปุ่นโดยไม่ต้องแบกสัมภาระตามไปด้วย ก็จะเริ่มการเดินทางณ.บัดนี้

ตั๋วโดยสารรวมทั้งเส้นทาง

หลังจากจัดการอาหารเช้าที่โรงแรม และจ่ายเงินค่าบริการส่งสัมภาระไปยังสถานี JR Shin-Omachi เสร็จก็ได้เวลาเดินทาง โดยตั้งต้นที่สถานี Dentetsu Toyama ซึ่งอยูถัดจากสถานี JR ไปทางทิศตะวันออก ทีสถานีก็มีพนักงานมาถามว่าจะไปถึงสถานีไหน แล้วก็มีตารางให้ดูประมาณนี้
One-WayRound-Trip
Tateyama1,2002,400
Bijodaira1,9003,800
Murodo3,6307,260
Daikanbo5,79011,580
Kurobedaira7,09014,180
Kurobeko7,95015,900
Ogizawa9,490

แนวเส้นทางการเดินทางในแต่ละสถานี รูปจาก http://www.travel-around-japan.com

ตอนแรกผมบอกไปว่าจะไปถึง JR Shin-Omachi แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าตั๋วมีให้เลือกไปถึงแค่ Ogizawa เท่านั้นก็เลยบอกว่างั้นไป Ogizawa เจ้าหน้าที่ก็เขียนใบเล็กๆ เหมือนใบคำสั่งยื่นให้แล้วชี้ไปที่ขายตั๋ว ซึ่งในส่วนนี้จ่ายด้วยบัตรเครดิตได้ หน้าตาตั๋วจะเป็นตามรูป
ตั๋วรวมของยานพาหนะทุกชนิดตั้งแต่ Dentensu Toyama ไปยัง Ogizawa
แต่เนื่องจากขบวนถัดไปเป็นรถเร็ว จึงต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแบบไม่จองที่นั้งอีกคนละ 200 เยนเป็นเงินสด และจะได้ตั๋วเล็กๆ เก็บไว้ให้นายสถานีปลายทาง

รถไฟ Toyama Chiho สาย Tateyama

รถไฟสายนี้วิ่งระหว่างโทยามะกับทะเตยามะ เป็นสายถึ่งท่องเที่ยวจะมีแวะจอดให้ชมทัศนียภาพ ถ่ายรูปอยู่ 1 จุดก่อนถึงทะเตยามะ ขบวนรถเร็วจะมี 3 ตู้ หัวท้ายจะเป็น Non-Reserved Seat ส่วนตู้กลางจะเป็นรถสองชั้นแบบ Reserved Seat
ตู้แบบ Reserved Seat
ที่นั่งในตู้ Non-Reserved Seat 
จุดที่รถไฟหยุดให้ชม ซึ่งตากล้องถ่ายภาพกันที่จุดนี้มากมาย
ทัศนียภาพก่อนถึงสถานีทะเตยามะ
จุดนี้ลำธารเหมือนในหนังญี่ปุ่นหลายๆเรื่อง
ปลายทางสถานีทะเตยามะ

กว่าจะถึงกำแพงหิมะ

ลงจากรถไฟก็ไปต่อ Cable Car ถ้าออกจากโทยามะเช้าร้านค้าไม่เปิด สามารถหาซื้อของที่จำเป็นบริเวณสถานีนี้ได้ ซึ่งสถานีรถไฟเป็นด้านล่างของเนินเขาจึงต้องเดินขึ้นไปยังชั้นบนจะเป็นสถานี Cable Car ร้านค้ามีทั้งในสถานี Cable Car และด้านนอก อารมณ์ประมาณเมืองสุดท้ายก่อนขึ้นเขาเพื่อเล่นสกี หรือเดินป่า เพราะขึ้นไปจากจุดนี้จะไม่มีร้านเพื่อซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อการเดินป่า หรือเล่นสกีอีกแล้ว นอกจากร้านอาหารและกิฟต์ชอปในสถานีต่างๆ น้องสาวก็ซื้อรองเท้าผ้าใบจากร้านที่สถานีนี้ ส่วนผมก็เตรียมเสบียงขึ้นไปกินอาหารเที่ยงด้านบนเพราะคาดการว่าจะมีคนแน่น จนต้องแย่งกันกิน ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง
ด้านนอกสถานี Cable Car 
บนรถ Cable Car โชคดีที่ได้นั่งเพราะเหมือนเจ้าหน้าที่จะจัดให้แม่อยู่ใกล้ประตูรถตอนที่ Cable Car วิ่งมาเทียบพอดี
หลังจากขึ้น Cable Car ก็มารอรถบัสที่สถานี Bijodaira เพื่อขึ้นไปยัง Murodo ดูกำแพงหิมะ สังเกตุว่าช่องทางเพื่อใช้บริการพาหนะต่างๆ จะแยกระหว่างคนที่มาเที่ยวเองกับกรุ๊ปทัวร์เสมอ แม้ว่าพวก Cable Car หรือกระเช้าต่างๆ จะขึ้นด้วยกัน แต่ก็แบ่งกันเข้า ส่วนรถโดยสารนั้นจะแยกคันกันเลยทีเดียว
เข้าแถวรอรถบัสขึ้นไป Murodo
บนรถบัสทุกคนต้องได้นั่งเพื่อความปลอดภัย แม้ว่าจะมีเก้าอี้เสริมที่ทางเดินกลาง
ทัศนียภาพระหว่างทาง
รถบัสจะหยุดให้ชมน้ำตก Shomyo ซึ่งสูงที่สุดในญี่ปุ่น แต่ผมไม่สามารถถ่ายภาพมาได้ คนที่นั่งตอนหน้าของรถและฝั่งซ้ายของรถจะได้เปรียบ เห็นและถ่ายรูปได้ชัดเจน จากนั้นก็ขึ้นไปเรื่อยๆ และเริ่มเห็นกำแพงหิมะ
กำแพงหิมะที่เห็นจากรถบัส

กำแพงหิมะที่ Murodo

รถที่ขึ้นมาถึง Murodo มีเฉพาะรถบัสที่มาจากสถานี Bijodaira เท่านั้น เข้าใจว่าเป็นการจำกัดเฉพาะคนที่มีประสพการณ์ในการขับในพื้นที่เท่านั้น อุณหภูมิตอนไปถึงไม่หนาวเท่าไร ประมาณสิบกว่าองศา แต่แสงสะท้อนมาก เอาแว่นกันแดดไปด้วยจะดีกว่า
เดินออกมาจากสถานีก็จะเป็นลานจอดรถ
ป้ายบอกความสูง ซึ่งมีให้เห็นตลอดทุกสถานี
สัมผัสกำแพงหิมะ
ลานจอดรถบัส

ภาพพาโนรามาถ่ายจากชั้นบนสถานี Murodo

ไปเขื่อน Kurobe

เขื่อน Kurobe เป็นจุดหนึ่งที่เป็นที่ท่องเทืี่ยวในเส้นทางแอลป์ญี่ปุ่น เช่นเดียวกับเขื่อนอื่นๆ ซึ่งทัศนียภาพก็แตกต่างกันไปตามแต่ละเขื่อน แต่จุดหนึ่งที่เป็นจุดขายก็คือระหว่าง Murodo กับเขื่อนจะมีรถกระเช้า (Ropeway) ซึ่งมีเอกลักษณ์คือเป็นกระเช้าบนสายเคเบิลทอดยาวจากสถานี Daikanbo ถึง Kurobedaira 1.7 กม. โดยไม่มีเสา

จากสถานี Murodo ในอาคารจะสามารถนั่งรถบัสไฟฟ้าลอดภูเขามาโผล่ที่สถานี Daikanbo จากนั้นนั่งรถกระเช้ามาลง Kurobedaira ซึ่งที่สถานีนี้ก็มีจุดชมวิวเช่นกัน แล้วจึงต่อ Cable Cable ซึ่งวิ่งในอุโมงค์มายังสถานี Kurobeko แล้วก็เดินในอุโมงค์จากสถานีออกมาโผล่ที่เขื่อน
บนรถบัสไฟฟ้าลอดอุโมงค์มาต่อรถกระเช้า
รอต่อรถกระเช้าที่สถานี Daikanbo
รถกระเช้าเข้าเทียบ
วิวจากสถานี Daikanbo
วิวที่ถ่ายจากรถกระเช้า
บน Cable Car ที่วิ่งตามอุโมงค์ลงมาที่เขื่อน
หน้าตา Cable Car เป็นอย่างนี้
ในอุโมงค์เดินระหว่างสถานี Kurobeko กับเขื่อนมีป้ายต้อนรับนักท่องเที่ยว แน่นอนนักท่องเที่ยวไทยก็เป็นกลุ่มเป้าหมาย
ภาพพาโนรามาเหนือเขื่อน Kurobe อุโมงค์ที่ออกจากสถานีอยู่ทางขวามือ ทางไปขึ้นรถบัสไฟฟ้าไป Ogizawa อยู่ทางซ้ายมือ

ด้านใต้เขื่อน

ครอบครัวหรรษาเซลฟี่บนสันเขื่อน พ่ออยู่ในรูปไกลๆ

ปลายทางเกือบสุดท้ายที่สถานี JR Shinano-Omachi

หลังจากชมเขื่อนและพักผ่อนแล้วก็ต้องเดินทางไปยังสถานีรถบัสไฟฟ้าเพื่อไป Ogizawa ซึ่งจากสันเขื่อนต้องเดินขึ้นเนินไปยังสถานีทำเอาหอบเหมือนกัน ยืนรอรถนานพอควร เพราะรถแต่ละจุดออกตามเวลา พอขึ้นไปลงที่ Ogizawa ด้านล่างของสถานีก็จะมีรถประจำทางจอดรอ ซึ่งเส้นทางที่จะไปก็มี JR Shinano-Omachi คนละ 1,360 เยน อีกสายไป Nagano แต่ไม่ทันสังเกตุว่าราคาเท่าไร (ไม่ได้ถ่ายรูปบริเวณ Ogizawa เลยเพราะอยากไปถึงสถานี JR Shinano-Omachi กันเร็วๆ)

พอไปถึงสถานี JR Shinano-Omachi กระเป๋าก็ไปรออยู่เรียบร้อย เอาใบรับกระเป๋าที่เก็บไว้ไปรับมา ในสถานีรถไฟมี Counter ขายโซบะ ซึ่งมีเมนูภาษาอังกฤษ เป็นตู้หยอดเหรียญเพื่อเอาตั๋วไปให้แม่ค้าทำโซบะตามที่เลือกอีกที น้ำซุปอร่อยมาก (ไม่แน่ใจว่าเกิดจากเหนื่อย+หิวหรือเปล่า) แนะนำโซบะหน้าเห็ด ซึ่งพ่อ แม่และน้องสาวสั่งทาน ติดใจกันทุกคน
รอรถบัสไฟฟ้า คนเยอะมาก ตอนแรกคิดว่าไม่ได้ไปในเที่ยวแรกที่มาถึง แต่รถมีมากพอ
สถานี JR Shinano-Omachi จุดรับกระเป๋าอยู่ตรงร้านป้ายสีขาวไกลๆที่เห็นทางซ้ายมือของรูป
คณะทัวร์ลั้นลา
จากสถานี JR Shinano-Omachi เราก็นั่งรถสาย JR Oito ไปนอนมัตซึโมโตเที่ยว 17:19 จบเส้นทางแอลป์ญี่ปุ่นแต่เพียงเท่านี้


ตอนที่เกี่ยวข้อง