30 พฤษภาคม 2558

เที่ยวญี่ปุ่น: ขับรถเล่นแถว Fuji & Kawaguchiko ตอนที่ 1

ในการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งที่ 5 นี้ พ่ออยากจะขึ้น Fuji 5th Station เพราะได้เห็นรูปถ่ายจากที่ผมขึ้นไปเมื่อ 2 ปีก่อน โดยครั้งนั้นนั่งรถประจำทางจากสถานีชินจูกุมาลงสถานีคาวะงูจิโกะ แล้วซื้อตั๋ว Fujisan Fujigoko Passport 3 วันรวมขึ้น Fuji 5th Station ตามบันทึกที่เคยเขียนไว้ที่นี่ แต่ครั้งนี้มาทางรถไฟจากสถานีมัตซึโมโตะ ถ้ามาคนเดียวก็คงต่อรถไฟสาย Fujikyo และใช้ Fujisan Fujigoko Passport

คำนวนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

มาครั้งนี้ตัดสินใจใช้ JR Pass แล้ว ก็เลยมานั่งคำนวณค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงสองวันแถบ Fuji และ Kawaguchiko ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายต่อคนดังนี้
  • Fujisan Fujigoko Passport ซึ่งรวมรถไฟไปกลับจากสถานี Otsuki และ Kawaguchiko รถบัส Retro และ Fujikko เที่ยวรอบทะเลสาบทั้ง 5 สองวัน 3,550 เยน
  • รถบัสจากสถานี Kawaguchiko ถึง Fuji Subaru Line 5th Station ไปกลับ 2,100 เยน
ครั้งนี้ไปกัน 5 คน ถ้าตามค่าใช้จ่ายด้านบน ก็ตกคนละ 5,650 เยน รวม 28,250 เยน ก็เลยคิดว่าเช่ารถดีกว่าไหม เลยลองเช็คราคารถเช่าจาก Toyota Rent A Car เพราะใกล้ที่สุด อยู่หน้าสถานี Otsuki ที่สุดรองลงมาคือ Nissan Rent a Car ซึ่งห่างไป 1.3 กม. ลองคำนวนราคาคร่าวๆ 2 วัน ก็ไม่น่าจะเกิน 17,820 แต่ว่าก็มีค่าใช้จ่ายอื่นอีก ซึ่งมีรายการดังนี้
  • ค่าเช่ารถสองวันรุ่นมาตรฐานระดับ P3 17,820 เยน
  • ค่าทางด่วนจูโอ ที่ใกล้ Otsuki ที่สุด ไปลง Kawaguchiko ไปกลับเที่ยวละ 760 เยน รวม 1,520 เยน
  • ค่าผ่านทาง Subaru Line ขึ้น Fuji 5th Station 2,060 เยน
รวมทั้งสิ้นประมาณ 21,400 เยน ให้ค่าน้ำมันแบบกระหน่ำอีก 5,000 เยนยังไงก็แค่ 26,400 เยนถูกกว่า (แต่ความจริงถูกกว่าที่คิดเยอะ เดี๋ยวจะบอกว่าทำไม) ก็เลยตัดสินใจเช่ารถขับดีกว่าเพราะเคยขึ้น Fuji 5th Station แบบไม่ได้นั่งเลยกังวลว่าถ้าพ่อกับแม่ไม่ได้นั่งก็จะลำบาก แถมจะได้ไปเที่ยวในจุดอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น และแล้วก็ไปทำใบขับขี่สากลที่กรมการขนส่งทางบก เสียเงินไป 505 บาท

เช่ารถที่ Totyota Rent a Car

หลังจากที่นั่งรถไฟจาก Matsumoto ถึงสถานี Otsuki ก็ให้ครอบครัวรอที่สถานี ส่วนผมก็เดินมาเช่ารถที่ Toyota Rent a Car เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่องเท่าไร แต่ว่าเจ้าหน้าที่มี App บน iPad เป็นเมนูคำถามภาษาอังกฤษกับเรา เป็น Procedure มาตรฐาน ถามว่าจองมาไหม ขอดู Passport ใบขับขี่ที่สามารถใช้ได้ ขอถ่ายเอกสาร เช่าถึงวันไหน กี่โมง คืนรถที่ไหน  สุดท้ายเจ้าหน้าที่บอกว่าวันนี้ไม่มีรถขนาดเล็กนะ มีถูกสุดคือ Premio เราก็เอิ่ม จะเช่าระดับ P3 อยู่แล้วนี่หว่า ก็ตกลง และบอกว่าจะคืนรถเวลาบ่าย 3 วันรุ่งขึ้น ตอนนั้นประมาณ 10 น. ก็คือ เกิน 1 วันมา 5 ชั่วโมง คิด 16,319 เยน ก็ตกลงรูดบัตรเครดิต แล้วรอสักพักพนักงานก็นำรถมาให้ตรวจรับ พร้อมทั้งอธิบายเรื่องให้เติมน้ำมันก่อนมาส่งที่ปั๊มไหน
Toyota Premio คันที่เช่าขับเที่ยว Fuji & Kawakuchiko
ในรถมี GPS สองภาษา อังกฤษ-ญี่ปุ่น ในภาษาอังกฤษรู้ชื่อจุดหมายน้อยกว่า Google Map เช่นไม่รู้จัก Fuji 5th Station ขับจาก Otsuki ก็เลยตั้งค่าให้ไป Kawaguchiko ก่อนทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะแวะเข้าไป ตัว GPS ยังมี Bluetooth ให้เชื่อมกับมือถือ สามารถเปิดเพลงไปออกลำโพงรถได้

ขึ้นทางด่วนจูโอ (Chūō Expressway 中央自動車道)

หลังจากขับออกมาจากสถานี Otsuki สัก 2 กม. ก็เลี้ยวขวาขึ้นทางด่วนจูโอ ปัญหาก็คือไม่รู้จะจ่ายเงินยังไง เพราะรถไม่มี Tag ในการตัดจ่ายเงิน ที่ด่านก็ไม่มีคน เลยชะลอดูคันอื่นว่าทำยังไง สักพักก็มีรถกระบะที่ไม่ได้เข้าช่อง ETC ที่ใช้ Tag คนขับก็ยื่นมืออกไปดึงตั๋ว แล้วก็ขับออกไป ผมก็เลยทำตาม และคิดว่าคงจ่ายเงินตรงทางออก ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ขากลับก็ทำเช่นเดียวกัน แต่ว่าก็ยังงงอยู่ดีเพราะเป็นช่อง ETC ทั้งคู่ แต่ซ้ายสุดมีให้รับตั๋วได้ด้วย

ทางด่วนก็ขับรถได้เร็วพอสมควรถึง 110 กม.ต่อชั่วโมง ใช้เวลาจนถึง Fuji-Q Highland ทางออกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทางออกก็มีช่องจ่ายเงินซ้ายสุดมัเจ้าหน้าที่เอาตั๋วจากต้นทางไปคิดราคาค่าผ่านทาง

แวะ Fuji Visitor Center

หลังจากออกจากทางด่วน Chuo เลี้ยวขวาเพื่อจะไป Fuji 5th Station ก่อนถึงทางแยกจะเจอ Fuji Visitor Center ซึ่งจะมีข้อมูลการท่องเที่ยวรวมทั้งที่เป็นภาษาไทยด้วย ก็เลยไปสอบถามว่าขึ้น Fuji 5th Station สะดวกไหม (ถามไปอย่างนั้นแหละเพราะฟ้าเปิดขึ้นได้อยู่แล้ว) จะไปดู Shibazakura (Pink Moss) วันไหนดี

เนื่องจากวันนั้นเป็นวันศุกร์ก่อนวันหยุด Golden Week เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้เที่ยววันนี้ เพราะวันเสาร์คนจะเยอะมาก ก็เลยจะรีบขึ้น Fuji 5th Station แล้วไปดู Shibazakura ก่อนเข้าที่พัก อย่างไรก็ตาม ทุกคนในคณะก็หิวมากจึงกินอาหารกลางวันแบบง่ายๆ บนชั้นสองของ Visitor Center
มื้อเที่ยงที่ Fuji Visitor Center

เส้นทางดาวลูกไก่ ฟังถนนร้องเพลง

หลังจากเสร็จภาระกิจอาหารกลางวันคณะทัวร์ก็ขึ้นเขาฟูจิ โดยใช้เส้น Subaru ก็เลยตั้งชื่อหัวข้อว่าเส้นทางดาวลูกไก่ ระหว่างทางที่ขับรถไปพ่อก็บอกว่า คราวก่อนที่มากับทัวร์แล้วไม่ได้ขึ้นสถานีที่ 5 นั้นได้ฟังถนนร้องเพลงด้วยนะ ผมก็งงไปนิด เพราะคราวที่แล้วก็ไม่ได้ยินถนนร้องเพลงอะไร อาจเป็นเพราะต้องยืนบนรถประจำทาง และมัวคุยอยู่กับสาวๆ สเปนอยู่

หลังจากผ่านด่านจ่ายค่าผ่านทางขึ้นเส้น Subaru แล้ววิ่งไปสักพักก็จะมีสัญลักษณ์บนถนนเป็นรูปกุญแจซอลแล้วก็มีเสียงเพลงดังขึ้น ผู้ออกแบบอาศัยความเร็วของลมที่รถผลักกับการเซาะร่องพื้นบนถนนให้ได้ตัวโน้ตเล่นเป็นเพลง ตอนขาลงก็เช่นกัน เพลงทั้งสองขาไม่ใช่เพลงเดียวกัน เนื่องจากผมเป็นคนขับรถเองจึงไม่ได้บันทึกไว้ ขอนำมาจาก YouTube ให้ได้ฟังก็แล้วกัน ซึ่งจากวิดิโอคลิปน่าจะเป็นขาลงจากฟูจิไม่ใช่ขาขึ้น

เส้นทางสายนี้ขับไม่ยาก รถที่ขับเป็นเกียร์อัตโนมัติ บางช่วงโดยเฉพาะขาลงลองปรับมาใช้เกียร์ต่ำก็ไม่ดีเพราะแต่ละคนขับด้วยความเร็วที่สูงกว่าการใช้เกียร์ต่ำ ดังนั้นขับด้วยเกียร์ D ธรรมดาก็สามารถขับได้อย่างปลอดภัย

ฟูจิสถานีที่ 5

เนื่องจากเคยเขียนไว้แล้วตอน เที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 4.1 จากชินจูกุถึงฟูจิซัง จึงไม่ขอกล่าวถึงมาก แต่ให้ดูรูปที่ถ่ายกับครอบครัวที่จุดต่างๆ มาให้ชม







ถ่ายบริเวณศาลเจ้าโคมิตาเกะ (Komitake Shrine) จุดนี้จะเป็นจุดที่ถ่ายภายได้สวยจุดหนึ่ง อาศัยเงาต้นไม้ด้านหลังไม่ให้เกิดเงาจากการย้อนแสงมาก 

จุดนี้เป็นอีกจุดที่จะถ่ายรูปได้สวย หากเดินลงมาเข้าห้องน้ำ ตรง Information Center


ตอนที่เกี่ยวข้อง