26 สิงหาคม 2558

เที่ยวญี่ปุ่น: ลายแทงโอซากา


เนื่องจากน้องๆ ที่รักหลายคนจะไปเที่ยวโอซากา และขอให้เขียนลายแทงสำหรับเที่ยวโอซากาให้หน่อยจึงขอบันทึกลายแทงการเที่ยวโอซากาฉบับส่วนตัว อาจจะไม่ค่อยเหมือนใคร เพราะรสนิยมไม่ค่อยเหมือนคนไทยส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวเท่าไร จึงขอรวบรวมไว้ดังนี้

จุดยอดนิยม Dotonburi

Dotonburi ย่านมินามิ (Minami) เป็นจุดหมายยอดนิยมในโอซากา อยู่ริมคลอง Dotonburi ในเขตนัมบะ (Numba District) เป็นเขตเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืน โดยมี Landmark ก็คือป้ายกูลิโกะ และร้านปู Kanidoraku นอกจากร้านต่างๆ ทั้งร้านอาหารและสถานบันเทิงจะเรียงรายไปตามริมคลองแล้วนั้น ยังสามารถเดินชอปปิ้งไปด้านทิศเหนือด้วยถนนคนเดิน Shinsai Bashi ไปจนถึงสถานี Shinsaibashi หรือจะไปทางทิศใต้ชอปปิ้งถนน Ebisu Bashi ไปจนถึงสถานีนัมบะก็ได้

คลอง Dotonburi
ร้านปู Kanidoraku ส่วนร้านกาแฟยอดนิยมอยู่ตรงข้าม
ป้ายกูลิโกะใหม่
ถนนคนเดิน Ebisu Bashi-Suji

กิจกรรมที่น่าทำ

ถ้าใช้ Osaka Amazing Pass การล่องเรือในคลอง Dotonburi ก็เป็นกิจกรรมที่คุ้มค่าตั๋ว แต่ถึงไม่ใช้ Pass การนั่งเรือก็ยังน่าสนุกอยู่ดี (900 เยน)


นอกจากนั้นการเก็บภาพถ่ายตัวเอง (Selfie) กับป้ายไฟกูลิโกะ ก็เป็นเรื่องน่าสนุก แต่ต้องอาศัยฝีมือการจัดแสงมากพอควรเพื่อให้ได้ภาพสวย อีกทั้งป้ายเปลี่ยนสีไปตลอดเวลา จึงต้องกะจังหวะดีๆ ด้วย ถ่ายกลางคืนอย่าลืมใช้แฟลช

ถ้าจะช้อป

มีร้าน Daiso (100 เยน) ที่ใหญ่มากร้านหนึ่งแถว Ebisubashi ถ้าเดินจาก Dotonburi จะอยู่ซ้ายมือ  ให้สังเกตุร้าน ABC Mart ด้านขวามือ Daiso จะอยู่ในซอยด้านตรงข้าม แต่ถ้าเดินเลยมาอีกซอยก็ได้เพราะร้านใหญ่ขนาดมีหน้าร้านทั้งสองซอย ซึ่งจุกที่ปักหมุดไว้จะเลย ABC Mart มาอีกซอย


อาหารการกิน

บอกตรงๆ ว่าไม่เคยกินอาหารแถวนี้ แต่จากเพื่อนๆ ที่มาทาน อาหารสี่อย่างที่ขึ้นชื่อคือ ราเมง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งราเมงข้อสอบ Ichiran) สเต๊กวากิว ปู และซูชิ

การเดินทาง

สถานีที่ใกล้ที่สุดคือรถใต้ดินสถานีนัมบะ รองลงมาคือ JR Namba หรือจะลงสถานีรถใต้ดิน Shinsaibashi แล้วเดินลงมาทางทิศใต้ผ่านถนนคนเดิน Shisaibashi ก็ได้

เที่ยวทางน้ำที่ Tempozan

Tempozan เป็นส่วนหนึ่งของที่ท่องเที่ยวแถบอ่าวโอซากาใกล้กับ Universal Studio Japan (USJ) ประกอบด้วยชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น (Tempozan Ferris Wheel) ตลาด (Marketplace) โอซากาอควอเรียม (Kaiyukan) และศูนย์วัฒนธรรมโอซากา (Osaka Culturarium) เรียงกันเป็นลำดับถ้าเดินมาจากสถานีรถไฟฟ้าหรือป้ายรถเมล์ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะรู้จัก Kaiyukan เป็นอย่างดี (แต่ว่าผมไม่เคยเข้า)

Tempozan Giant Ferris Wheel เคลมว่าเป็นหนึ่งในชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก!!!
ภายใน Tempozan Marketplace
Food Park ใน Tempozan Marketplace

Kaiyukan (Osaka Aquarium) ไม่ได้เข้าหรอก แต่ถ่ายมาเฉยๆ

กิจกรรมที่น่าทำ

นอกจากจะเข้า Osaka Aquarium แล้วถ้าใช้ Osaka Amazing Pass นั่งเรือ Santa Maria ชมอ่าวโอซากาก็จะคุ้มค่ามาก (1,600 เยน) ใช้เวลาประมาณ 45 นาที แล้วก็นั่ง Tempozan Giant Ferris Wheel ชมอ่าวโอซากาจากมุมสูงก็ Slow Life ดี (800 เยน) ถ้าใจกล้าแนะนำให้นั่งแบบที่นั่งพื้นใส
บนเรือ Santa Maria ชมอ่าวโอซาก้า
ท่าเรือที่ขึ้น Santa Maria อยู่หลัง Kaiyukan
ชิงช้าสวรรค์ถ้าจะมีสองแบบให้เลือก แบบนึงพื้นใสมองเห็นข้างล่างได้ กับอีกแบบพื้นทึบปกติ บอกพนักงานตรงทางเข้า
กิจกรรมอย่างหนึ่งที่น่าสนใจแต่ไม่ค่อยมีคนไทยทราบก็คือการเข้าชมนิทรรศการที่ศูนย์วัฒนธรรมโอซากา (Osaka Culturarium) ซึ่งจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตอนที่ผมไปช่วงเดือนสิงหาคมปี 2014 เป็นนิทรรศการ The Art of Gandum ซึ่งแสดงการออกแบบตัวละครหลักใน Gumdam ภาคแรก หุ่น Gundam RX-72, Zakku แนวคิดพลอตเรื่อง ฟิล์มการ์ตูนต้นฉบับ ภาพวาดของ Yas ที่เป็นต้นฉบับ เป็นต้น ส่วนในปี 2015 เดือนกรกฎาคมถึงกันยายนก็จะจัดแสดงเรื่อง นินจานารุโตะ ส่วนถ้าจะไปช่วงไหนแล้วอยากรู้ว่านิทรรศการที่น่าสนใจหรือไม่ ตรวจสอบได้ที่ http://www.osaka-c-t.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น) หรือใช้วิธีค้นใน Google โดยใช้คำว่า Osaka Culturarium Tempozan แล้วตั้ง Search tools เป็น Past month ก็ได้
บัตรเข้าชม The Art of Gundam ที่ Osaka Culturarium Tempozan เมื่อเดือนสิงหาคม 2014

ถ้าจะช้อป

ก็ใน Tempozan Marketplace มีของหลายชนิดหลายประเภทเลือกกันตามสะดวก

อาหารการกิน

ใน Tempozan Marketplace มี Food Court อาหารที่ขึ้นชื่อคือทาโกยากิและโอโนมิยากิ

การเดินทาง

ลงรถใต้ดินสถานี Osakako แต่สถานีนี้อยู่เหนือพื้นนะครับ หลังจากออกจาก Gate ด้านทิศตะวันตกจะเห็นป้ายทางออกไป Tempozan/Kaiyukan อยู่ทางขวามือ (Exit 1, 2) ซึ่งจากสถานีไปถึง Tempozan จะเดินไกลมาก ให้ออกทางออกซ้ายมือ (Exit 3) แล้วลงมาเดินย้อนกลับไปเล็กน้อยจะเห็นป้ายรถเมล์ นั่งสาย 51, 60, 72 หรือ 88 ไปสุดสายที่ Tempozan ตรง Ferris Wheel จะไม่ต้องเดินไกลมาก ซึ่งถ้ามี Osaka Amazing Pass หรือ Subway/Bus 1-day Pass ก็ขึ้นฟรี นี่เป็นทิปซึ่งมีแต่ Blog นี้ที่บอกนะ อิอิ

ขากลับก็มานั่งรถเมล์ที่จุดเดียวกับที่ลงเพราะเป็นป้ายต้นสายและสุดสาย รถจะกลับรถแล้ววิ่งกลับมา ยังสถานี Osakako

ป้ายรถเมล์ตรงสถานีรถใต้ดิน Osakako ต้องดูว่า for Tempozan ไม่งั้นคือผิดป้าย อาจลงผิดฝั่ง

ซอยละลายทรัพย์

ผมกำลังพูดถึงซอย Tenjinbashisuji ซึ่งทอดยาวตั้งแต่เหนือลงไปทางใตั ระหว่างสถานีรถใต้ดิน Tenjinbashisuji 6-Chome (Rokkuchome) กับสถานีรถใต้ดิน Minamimorinachi ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร มีของสารพัดอย่างขายทั้งของกิน ของใช้ ร้านอาหาร ซึ่งโดยมากราคาถูก ผมเคยซื้อยูกาตะคุณภาพพอใช้ได้ในราคาชุดละ 690 เยน ของฝากหลายอย่างก็มาซื้อเอาที่นี่เหมือนกัน ซื้อมากกระเป๋าไม่พอก็ซื้อกระเป๋าขนของกลับที่นี่ได้ ราคาไม่แพง

กิจกรรมที่น่าทำ

มาถึงนี่กิจกรรมที่น่าทำก็คือกินและช้อปเท่านั้น ตามแต่มีเงินเท่าไร ส่วนใหญ่รับเงินสด

อาหารการกิน

มีหลายร้านให้เลือก แต่ที่ผมว่าดีสุดในแถบนี้ต้องร้านซูชิ Harukoma มีสองร้านร้านหนึ่งติดซอยหลัก แต่อีกร้านอยู่ในซอยย่อย (ป้ายมีรูปม้า) ไม่รู้ว่าร้านไหนเป็นร้านแรก ทั้งสองร้านห่างกันไม่มาก อยู่ระหว่างสถานีรถใต้ดิน Tenjinbashisuji 6-Chome กับสถานี JR Tenma ตามแผนที่ด้านล่าง

ต้องบอกว่าปลาที่นี่สดมาก อร่อยและราคาไม่แพง เช่น Chutoro สองชิ้นราคาแค่ 320 เยน ผมมาโอซากาต้องหาเวลามากินที่นี่เสมอ เปิด 11:00 ก่อนเปิดก็จะมีคนมายืนรอคิวนานเลย มาแต่ละครั้งต้องรอเพราะแต่ละร้านที่นั่งไม่เยอะ บางครั้งก็นั่งมาลง Tenjibashisuji 6-Chome เพื่อกินซูชิที่นี่อย่างเดียวแล้วก็ไปเที่ยวที่อื่นต่อ ทั้งสองร้านขอเมนูภาษาอังกฤษได้นะครับ
ร้านที่อยู่ติดซอยหลัก
ร้านนี้อยู่ในซอยย่อย

การเดินทาง

สามารถเลือกลงสถานีรถใต้ดิน Tenjinbashisuji 6-Chome, Ogimachi หรือ Minamimorimachi ก็ได้ หรือถ้าเป็นรถไฟ JR ก็ลงสถานี JR Tenma หรือ Osakatenmaku ก็ได้ โดยส่วนตัวชอบลงที่ Tenjinbashisuji 6-Chome แล้วเดินลงมาเรื่อยๆ แวะกินซูชิที่ Harukoma แล้วเหนื่อยแถวสถานีไหนก็กลับจากสถานีนั้น

เนื่องจาก Tenjinbashisuji 6-Chome ซึ่งเป็นสถานีของรถไฟ Hankyu สาย Senri เช่นกัน จึงสามารถมาจาก Kyoto หรือ Kobe ได้โดยไม่ยากโดยมาเปลี่ยนรถที่สถานี Awaji

แช่ออนเซน

Spa Suminoe (天然露天温泉 スパスミノエ)

แถบโอซากามีบ่อน้ำร้อนอยู่หลายที่ แต่ที่ผมว่าเด็ดที่สุดในตัวเมืองโอซากาคือ Spa Suminoe (天然露天温泉 スパスミノエ) เป็นบ่อน้ำร้อนที่มีหลายประเภทที่สุด มีจากุซซีหลายแบบให้แช่ น้ำแร่หลายแบบอีกเหมือนกัน มีทั้งในร่มและกลางแจ้ง นอกจากนั้นยังมีซาวน่าให้เลือกหลายห้องที่อุณหภูมิต่างๆ กัน ห้องไอน้ำก็มี สิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ สามารถพักผ่อนได้ทั้งวัน เปิด 10:00-21:00 วันธรรมดาจะอยู่ที่ 650 เยน ส่วนวันเสาร์อาทิตย์จะราคา 750 เยน แต่ถ้าใช้ Osaka Amazing Pass ก็เข้าฟรี อย่างไรก็ตามไม่รวมผ้าเช็ดตัวและผ้าขนหนูซึ่งต้องนำไปเอง ถ้าไม่มีต้องซื้อผ้าขนหนูในราคา 100 เยน
ด้านหน้าจะมีสัญลักษณ์ประมาณนี้

อาหารการกิน

ที่ Spa Suminoe มีร้านอาหารบริเวณพักผ่อนนอกที่อาบน้ำไว้บริการ ราคาไม่แพง

การเดินทาง

ลงสถานีรถใต้ดิน Suminoekoen หรือ ถ้ามาจาก Tempozan ก็ขึ้นจาก Osakako มาต่อรถรางที่ Cosmo Square แล้วนั่งมาจนสุดสายที่ Suminoekoen ก็ได้ จากสถานีให้ออก Exit 2 มาทางสนามแข่งเรือ Sumino Kyotei Stadium แล้วเดินผ่านทางเข้าสนามแข่งเรือมาทางสนามไดรฟ์กอล์ฟ จะมีทางเข้าอยู่ก่อน Numco เดินเข้ามาผ่านซุ้มวงกลม ทางเข้าจะอยู่เยื้องไปทางซ้ายมือ

Naniwa no Yu (天然温泉 なにわの湯)

ทางตอนเหนือของโอซากามีออนเซ็นอีกที่ที่เป็นที่นิยมคือ Naniwa no Yu (天然温泉 なにわの湯) ในแถบ Kita ผมลองไปแล้วก็เฉยๆ แต่ข้อดีคือเปิดดึกถึงตีหนึ่ง วันธรรมดาเปิด 10:00 วันเสาร์อาทิตย์เปิด 8:00 ค่าบริการ 800 เยน แต่เข้าฟรีถ้าใช้ Osaka Amazing Pass ไม่มีผ้าขนหนูและผ้าเช็ดตัวให้เช่นกัน ต้องนำไปเองหรือซื้อผ้าขนหนูที่ทางเข้าได้ 

อาหารการกิน

เนื่องจากเป็นออนเซนที่อยู่บนตึก ทั้งตึกเป็น Entertainment Complex มีที่เที่ยวและร้านอาหารหลายร้านเลยทีเดียว

การเดินทาง

แม้ว่าจะใกล้สถานี Tenjinbashisuji 6-Chome มากกว่าแต่ต้องเดินประมาณ 8 นาที ถ้าไม่กลัวหลงขึ้นรถเมล์สาย 34 จากหัวลำโพง เอ้ยไม่ใช่ จากด้าน West Gate ของ JR Osaka หรือด้านตะวันตกของสถานี Umeda จะใกล้กว่า ดูตาม Google Map ด้านล่าง แชร์ให้มือถือได้เลย

แต่ถ้าจะมาใช้บริการหลังจากช้อปปิ้งที่ Tenjinbashisuji ก็ไม่เลวนะครับ เพราะไม่ไกลกัน แต่ต้องวางแผนเดินช้อปจากทางทิศใต้ขึ้นมาจากสถานีรถใต้ดิน Ogimachi หรือ JR Tenma เดินขึ้นไปยังสถานี Tenjinbashisuji 6-Chome (Rokkuchome) หลังจากนั้นขากลับค่อยนั่งสาย 34 หน้าตึกมาลง JR Osaka หรือ Umeda ก็ได้

ออนเซ็นอื่น

มีคนแนะนำ Spa World ซึ่งตั้งอยู่แถว Tennoji เป็นออนเซ็นที่ใหญ่มาก แต่ก็ยังไม่เคยเข้าสักที บันทึกไว้เพื่ออ้างอิงก็แล้วกัน เข้าไปชมได้ที่ http://www.spaworld.co.jp/english/service.html

พิพิธภัณฑ์

ขอเว้นไว้ไม่พูดถึงปราสาทโอซากาที่เป็นพิพิธภัณฑ์เหมือนกัน สามารถหาอ่านได้ทั่วไป แต่จะไปรีวิวพิพิธภัณฑ์นอกเมืองสองแห่งคือพิพิธภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของนิชชิน (Instant Ramen Museum) และพิพิธภัณฑ์มังงะของเทตซึกะ โอซามุ (Tezuka Osamu Manga Museum)

พิพิธภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของนิชชิน (Instant Ramen Museum)


ต้นตำรับของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ที่โอซากานี่เอง และนิชชินก็มาสร้างพิพิธภัณฑ์ที่ Ikeda ในโอซากา ในพิพิธภัณฑ์จะมีการแสดงการพัฒนาการของบะหมีกึ่งสำเร็จรูปจากยุคแรกจนถึงการออกแบบให้สามารถกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ในสถานีอวกาศ รวมทั้งบะหมีนิชชินรสชาดต่างๆ ที่ได้มีวางจำหน่ายตั้งแต่อดีต ใครชอบบะหมีกึ่งสำเร็จรูปน่าจะถูกใจ

กิจกรรมที่น่าทำ

ทำ Cup Noodle ในแบบของตัวเองที่ My Cup Noodle Factory เป็นกิจกรรมที่เป็นที่นิยมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ช่วงหน้าร้อนเดือนสิงหาคมที่เป็นช่วงปิดเทอม เด็กๆ มาทำกันอย่างสนุกสนาน ผู้ใหญ่อย่างผมก็สนุกเช่นกัน เริ่มจากการนำถ้วยมาตกแต่งเป็นลายของตัวเอง สามารถทำได้ครั้งละหลายถ้วยก็ได้ในราคาถ้วยละ 300 เยน จากนั้นก็เอามาบรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เลือกเครื่องปรุงมาใส่ในรสชาดของตัวเอง ปิดผนึกฝา และห่อพลาสติกออกมาเป็นเหมือนบะหมีถ้วยที่วางขายตามร้าน แต่ในรูปแบบของตัวเราเอง

หากมีเวลามากขึ้นสามารถเข้าร่วม Workshop บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสไก่ โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการนวดแป้งเลยก็ได้

อาหารการกิน

เรากินบะหมี่ถ้วยที่เราออกแบบไว้ก็ได้ แต่อย่าเลยเก็บมาเป็นของที่ระลึกดีกว่า อย่างไรก็ตามที่พิพิธภัณฑ์ไม่ได้มีของกินมากนัก มี Vending Machine ที่กดบะหมีกึ่งสำเร็จรูปร้อนๆ และเครื่องดื่มเท่านั้น หากไม่ต้องการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้เดินกลับมาทางสถานี Ikeda จะมีร้านราเมงครบเครื่องอยู่ร้านหนึ่ง

การเดินทาง

จากสถานี Hankyu Umeda นั่งรถไฟสาย Takarazuka มาลงสถานี Ikeda จากนั้นเดินออกด้านทางออกตะวันออก เดินมาตามถนนมาทางตะวันออกเฉียงใต้ สังเกตุ Ikeda Tourist Office ที่มีรูปตัว i (Information) หรือร้าน VOX ซึ่งอยู่ปากซอยอีกฝั่งทางด้านขวามือ ให้เดินเลี้ยวขวาเข้าซอยนั้น ซึ่งเดินรถทางเดียวสวนทางขึ้นมา เดินตรงไปเรื่อยๆ พิพิธภัณฑ์จะอยู่ทางขวามือ

พิพิธภัณฑ์มังงะของเทตซึกะ โอซามุ (Tezuka Osamu Manga Museum)

เทตซึกะ โอซามุ เป็นผู้ประพันธ์มังงะเรื่องดังๆ ยุคเก่า ที่มีชื่อเสียงในเมืองไทยได้แก่ เจ้าหนูปรมาณู (Atom หรือ Astro Boy), Black Jack, ชาราคุ เจ้าหนูสามตา, เจ้าหญิงอัศวิน (Princess Knight), เจ้าสมุทรไตรตัน, Magma, Big X, Jetter Mars, Kimba สิงห์ขาว เป็นต้น หากใครมีความหลังกับตัวละครในเรื่องเหล่านี้ขอแนะนำพิพิธภัณฑ์นี้เลยครับ

แม้ว่าที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ไม่ได้อยู่ในโอซากาแต่อยู่ในเมือง Takarazuka จังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) แต่เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจึงขอแนะนำไว้ด้วยก็แล้วกัน ในพิพิธภัณฑ์ก็คล้ายกับโดยทั่วไปที่จะมีส่วนแสดงถาวรและส่วนที่ผัดเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นครั้งคราว โดยในแต่ละเดือนจะมีการแจกของที่ระลึกที่ไม่ซ้ำกันจากมังงะแต่ละเรื่อง

ส่วนค่าเข้าชม 700 เยน และพิพิธภัณฑ์ไม่ได้เปิดทุกวัน โดยจะปิดในวันพุธ หรือตามประกาศซึ่งดูได้จาก http://tezukaosamu.net/en/museum/

กิจกรรมที่น่าทำ

ชั้นใต้ดินมีกิจกรรมวาดการ์ตูนจากองค์ประกอบต่างๆ ที่จัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งเป็นตัวละครจากมังงะเรื่องต่างๆ บนจอมอนิเตอร์ กิจกรรมนี้มีเป็นเป็นรอบ ผมไม่ได้วาดแต่ดูคนอื่นวาด ก็สนุกดีนะ

อาหารการกิน

ในพิพิธภัณฑ์มีร้านกาแฟ แต่ไม่มีอาหารมื้อใหญ่ๆ แนะนำให้กลับไปกินที่ห้างสรรพสินค้าที่ติดกับสถานี Hankyu จะดีกว่า

การเดินทาง

ถ้านั่งรถไฟสาย JR หรือสาย Hunkyu จาก Ikeda ให้ลงสถานี Takarazuka แล้วเดินผ่านห้างสรรพสินค้าที่ติดกับสถานี Hankyu มาออกทางทิศใต้ สังเกตุจะเห็นป้ายชี้ทางไปยังพิพิธภัณฑ์เป็นรูปเจ้าหนูอะตอม เดินข้ามถนนมาจะมีทางเดินเล็กๆ ร่มรื่น ให้เดินจนสุดทางแล้วข้ามถนนมาเดินบนทางเดินเท้าฝั่งขวามือจนถึงไฟแดงจะมองเห็นพิพิธภัณฑ์จากไฟแดงนั้น
ออกจากห้างสรรพสินค้าลงมา ก็จะเห็นป้ายชี้ทางไปพิพิธภัณฑ์
หากมารถไฟ Hankyu ถ้าไม่ได้มาทาง Ikeda มีอีกเส้นทางหนึ่งคือนั่งสาย Kobe มาต่อสาย Imazu ที่สถานี Nishinomiya-Kitaguchi แล้วลงสถานี Takarazuka-Minamiguchi (ก่อนถึง Takarazuka) แล้วเดินข้ามแม่น้ำมาจะมาถึงไฟแดงเดียวกัน ซึ่งจะเดินใกล้กว่า

ตอนที่เกี่ยวข้อง

เที่ยวญี่ปุ่น: เที่ยวคันไซโดยใช้ Pass

06 กรกฎาคม 2558

มัลแวร์ข้ามการตรวจ Hardware Token OTP ได้อย่างไร

การใช้ Hardware Token OTP (One Time Password) มักนิยมใช้กับการทำธุรกรรมที่มีความสำคัญสูง เพราะเชื่อว่ามีความปลอดภัยสูงกว่า SMS OTP แต่มีต้นทุนที่สูงกว่า อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้หมายความว่าจะ Bypass การใช้ Token OTP ไม่ได้ แม้ว่าระหว่าง Web Browser กับ Server จะใช้ TLS (Transport Layer Security ที่มาแทน SSL เดิม) ทั้งนี้หากเครื่องที่ใช้งานด้านผู้ใช้ ติดมัลแวร์ที่เจาะจงโจมตีบริการของเราที่ป้องกันด้วย Token OTP

เราต้องเข้าใจก่อนว่ามัลแวร์เมื่อติดอยู่บนเครื่องที่เราใช้ทำธุรกรรม สามารถตรวจจับการเปิดโปรแกรมใดๆ บนเครื่องเราและเปลี่ยนคำสั่งการส่งข้อมูล Keyboard และ Mouse ที่ส่งไปยัง Window ของโปรแกรมต่างๆ ด้วย Windows API โดยการจัดการกับคำสั่งที่ส่งระหว่างแต่ละโปรแกรมกับ Operating System ด้วยวิธีที่เรียกว่า Hook ซึ่งรายละเอียดของ Windows API นี้สามารถดูได้ที่นี่

ดังนั้นมัลแวร์สามารถติดตามการเปิด Web Browser ความเคลื่อนไหวของ URL โดยการตรวจสอบ Address Bar รวมทั้งดักหรือยกเลิกข้อมูลจากการกด Keyboard หรือ Mouse Click ได้ แม้กระทั่งส่งข้อความแจ้งเตือนปลอม แก้ไขการวาดเว็บเพจเพื่อแทรกข้อความหรือรูปภาพอื่นเพื่อหลอกผู้ใช้ ตลอดจนส่ง HTTP Request โดยใช้ Session ขณะนั้นของ Browser ที่เชื่อมกับ Server เป้าหมายได้

การ Bypass Token OTP

แล้วมัลแวร์ Bypass Token OTP ได้อย่างไร ขอให้ดู Misuse Case Diagram ตามรูป

เริ่มจากการที่ผู้ใช้ Logon ไปยังเว็บไซต์เป้าหมาย ซึ่งมัลแวร์ก็จะปล่อยให้ผู้ใช้งานทำงานต่างๆไปจนกระทั่งผู้ใช้ทำธุรกรรมซึ่งจะต้องใช้ Token OTP ก็จะทำการดักข้อมูล OTP ที่ผู้ใช้ป้อนแต่ไม่ยอมให้กด Enter หรือ Submit ข้อมูล ซึ่งผู้ใช้ก็จะแปลกใจว่าทำไมส่งไม่ไป ในจังหวะนั้นมัลแวร์ก็จะลอบทำธุรกรรมใน Session เดียวกับที่ผู้ใช้กำลัง Logon อยู่ โดยใช้ OTP ที่ดักมาได้นั้น หากเป็น OTP ที่เปลี่ยนตามเวลา ก็จะหน่วงเวลาให้ผู้ใช้ส่ง OTP ไม่ได้จน Token เปลี่ยนค่า OTP ไป แต่หากเป็น OTP ที่เปลี่ยนตามการกด ก็จะแจ้งผู้ใช้ว่าเกิดข้อผิดพลาดในการส่งให้ส่ง OTP ค่าใหม่ไป แล้วการทำธุรกรรมนั้นของผู้ใช้จึงจะสมบูรณ์

อย่างไรก็ตามในการโอนเงินไปยังบัญชีของผู้โจมตีนั้น จำเป็นที่จะต้องอาศัยจังหวะการทำธุรกรรมของผู้ใช้มากกว่า 1 ครั้ง โดยครั้งแรกจะต้องใช้เพื่อทำการเพิ่มบัญชีผู้โจมตี แล้วจึงจะทำการโอนเงินอีกครั้งหนึ่ง มัลแวร์ที่ออกแบบอย่างชาญฉลาดจะไม่ทำธุรกรรมแต่ละครั้งติดกันเพื่อไม่ให้ผู้ใช้สังเกตความผิดปกติได้ แต่ต้องไม่นานพอที่ผู้ใช้จะสังเกตุเห็นการเพิ่มบัญชีแปลกปลอม

สิ่งผิดปกติที่จะสังเกตได้

ความผิดปกติฝั่งผู้ให้บริการก็คือจะเกิดการทำธุรกรรมที่ต้องใช้ Token OTP ติดกันในระยะเวลา 1-2 นาที ซึ่งไม่สามารถกระทำได้โดยการกระทำของมนุษย์ หากมีการใส่กฏเกณฑ์ตรวจจับการกระทำลักษณะนี้ในระบบตรวจจับการโกง (Fraud Detection) ก็จะพบได้โดยง่าย

อย่างไรก็ตามดร.ภูมิ ภูมิรัตน ได้ให้ความเห็นว่าหากมัลแวร์แจ้งเตือนในลักษณะ Server Error และบังคับไปเริ่มทำธุรกรรมใหม่ ระบบตรวจจับการโกงก็จะไม่สามารถตรวจจับได้เพราะเป็นพฤติกรรมปกติของการทำงานบนอินเทอร์เน็ต

ความผิดปกติฝั่งผู้ใช้ก็คือจะมีการแจ้งเตือนการทำธุรกรรมซ้ำสองครั้งในระยะเวลา 1-2 นาที ซึ่งหากตั้งค่าการแจ้งเตือนด้วย email ผู้ใช้ก็อาจมองข้ามไปโดยง่ายหากมีการทำธุรกรรมหลายครั้งต่อวัน แต่หากเป็นการแจ้งเตือนผ่าน SMS ก็จะเป็นแบบเดียวกัน ผู้ใช้อาจไม่อ่านและคิดว่าเป็นการส่งซ้ำโดยผู้ให้บริการ ตังนั้นในฐานะผู้ใช้บริการต้องระมัดระวังตัวตรวจสอบการแจ้งเตือนทุกครั้ง ไม่ปล่อยผ่านโดยคิดว่าเป็นข้อผิดพลาดของผู้ให้บริการ

31 พฤษภาคม 2558

เที่ยวญี่ปุ่น: ขับรถเล่นแถว Fuji & Kawaguchiko ตอนที่ 2

ด้วยความที่ว่าวันที่มาถึง Fuji Kawaguchiko เป็นวันศุกร์ก่อน Golden Week เจ้าหน้าที่ที่ Visitor Center เลยแนะนำให้ไป Shiba-Sakura Festival ในวันเดียวกันนี้เลย หลังจากทุกคนเดินทั่ว Fuji 5th Station แล้วก็เลยจะขับรถไปดู Pink Moss ที่ Shiba-Sakura Festival ต่อกัน

Shiba-Sakura Festival

ปีนี้จัดระหว่าง 18 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2015 ดูได้ที่เว็บไซต์ http://www.shibazakura.jp/eng/ ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีหลายชื่อ ชื่อพฤกษศาสตร์ก็คือ Phlox subulata ส่วนชื่ออื่นที่มีเรียกก็คือ creeping phlox, moss phlox, pink moss หรือ mountain phlox ความน่าสนใจของFuji Shiba-Sakura Festival ก็คือทุ่ง Pink Moss ที่มีฉากด้านหลังเป็นฟูจิซังนั่นเอง

ผมขับรถตาม Google Map ดังรูป เช่นเคย ผมหาข้อมูลจาก GPS บนรถด้วยภาษาอังกฤษไม่ได้ ป้อนด้วยเบอร์โทรศัพท์ก็ไม่ได้ สุดท้ายก็เปิด Google Map อยู่ดี แต่ว่าผมมีวิธีง่ายกว่านั้น


ผมสังเกตุว่ารถทัวร์ลงจาก Fuji 5th Station เลี้ยวออกไปทางเดียวกับผม ไม่ไปทะเลสาบ Kawaguchi หรือกลับโตเกียวโดยใช้ทางด่วนจูโอกันหลายคัน ผมก็เลยเดาว่าน่าจะไป Shiba-Sakura Festival เช่นเดียวกัน ผมก็เลยใช้วิธีขับตามรถทัวร์เหล่านั้นไปเรื่อย โดยไม่พึ่ง GPS หรือดู Google Map จากมือถือ และแล้วก็ไม่ผิดหวัง รถทัวร์เลี้ยวขวาเข้าไปที่เดียวกันจริงๆ แต่ว่าจุดจอดรถทัวร์อยู่คนละจุดกับจุดจอดรถยนต์ ซึ่งไกลกว่า และค่าจอดก็ 500 เยนถ้วน ส่วนค่าเข้าชมก็คนละ 520 เยน

ทางเข้ายังมีซากุระบานอยู่บ้าง
ขายโมจิ Hello Kitty - Shiba-Sakura Edition ขยันขายของที่ระลึกจริงๆ
เซลฟี่ของคณะทัวร์ 
ตอนไปยังบานไม่เต็มพื้นที่เลย
ให้พ่อกับแม่สวีทหน่อย
จุดขายของรายการนี้ ต้องมีแอ่งน้ำด้วย
แม้ว่าดอกไม้จะยังบานไม่เต็มพื้นที่แต่ก็มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูป และการไปตอนบ่ายถ่ายรูปออกมาจะสวยเพราะภูเขาฟูจิอยู่ทางตะวันออกของทุ่ง ถ่ายรูปไม่ย้อนแสง ไม่มีเงา จัดได้เต็มที่ บล็อกไหนบอกให้ไปตอนเช้าอย่าไปเชื่อ ได้ถ่ายรูปย้อนแสงกันเลยทีเดียว เว้นแต่ไม่อยากไปเบียดเสียดกับคนอื่น

หลังจากพักผ่อนทานเค้กซากุระและดื่มกาแฟเสร็จก็ถึงเวลากลับ ขากลับนั้นทางสาย 139 ติดมากจนเกือบถึง Kawaguchiko เลยทีเดียว

Lake Villa Kawaguchiko


จาก Shiba-Sakura Festival ก็เข้าที่พักที่ Lake Villa Kawaguchiko ที่จองไว้ผ่าน Booking.com ตั้งแต่เดือนมกราคม 2015 ซึ่งที่พักเป็นหลังๆ สองชั้น หลังจากจองไปแล้วคุณฮิโระซึ่งเป็นเจ้าของก็ Email มาแนะนำร้านอาหาร การท่องเที่ยว รวมถึงเมื่อทราบว่ามากับพ่อแม่ก็แนะนำให้เปลี่ยนเป็นหลังที่ใหญ่ขึ้น จากเดิมก็พัก 5 คนได้อยู่แล้ว มีสองเตียง และนอนพื้นได้ 4 คนชั้นบน เปลี่ยนเป็น 3 เตียงและนอนพื้นได้ทั้งชั้นล่างและชั้นบน ซึ่งเหมาะมาก พ่อเข้าห้องน้ำบ่อยนอนชั้นล่างได้ ส่วนแม่ น้องสาว และหลาน นอนเตียง ผมนอนพื้นชั้นบน ชั้นล่างที่ห้องนั่งเล่นนั้น พื้นฝังเครื่องทำความร้อนไว้เดินอุ่นมากในตอนกลางคืนซึ่งอากาศก็ยังค่อนข้างเย็นอยู่

ห้องมาตรฐานที่จองไว้ตอนแรก
หลังจากคุณฮิโระมาแนะนำก็เปลี่ยนเป็นแบบนี้

อย่างไรก็ตามเนื่องจากคุณฮิโระเป็นคนเดียวในวิลล่าที่พูดภาษาอังกฤษคล่องจึงเป็นคนที่รับแขกและแนะนำการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ในวิลล่าคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องครัว การใช้เตาแกส ใช้เครื่องทำความร้อน จึงทำให้ต้องรอเช็คอินนานมาก เพราะตอนที่ไปถึงวิลล่ามีกลุ่มสาวๆ คนไทยเช็คอินก่อนไม่กี่นาที ต้องรอเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้เข้าพัก ระหว่างนั้นก็ถ่ายรูปแมวที่ทางวิลล่าเลี้ยงไว้
ถ่ายจากลานจอดรถของวิลล่า



ก่อนเข้าที่พักนั้นเราได้แวะร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้ออาหารและเครื่องดื่ม แต่ว่าเพื่อเป็นอาหารเช้า เพราะคิดว่าจะออกมาหาอาหารเย็นทานกัน แต่สุดท้ายด้วยความเหนื่อยก็เลยสั่งอาหารเข้ามาทานซึ่งต้องรอประมาณ 1 ชั่วโมง ด้วยความหิวก็เลยจัดเต็ม หมดไปแสนกว่าเยน





ถ้าเดินออกมาจากวิลล่าประมาณสองนาที ข้ามถนนมายังริมทะเลสาบ จุดนี้เป็นจุดที่มีการถ่ายรูปภูเขาฟูจิที่มีด้านหน้าเป็นทะเลสาบในแต่ละฤดูมากที่สุด คุณฮิโระแนะนำว่าระหว่าง 4:15-4:30 เป็นช่วงเวลาที่สามารถถ่ายรูปฟูจิแฝด ซึ่งก็คือวิวฟูจิที่มีเงาทอดบนทะเลสาบได้อย่างชัดเจน ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะตื่นมาถ่ายหรอก แต่ดันตื่นตอนนั้นพอดีเลยย่องออกจากที่พักมาถ่าย

ตรงลานจอดรถประมาณตีสี่กว่าๆ
ก่อนจะลงไปริมทะเลสาบ
สว่างขึ้นมาหน่อย
เซลฟี่โหมดบิวตี้ด้วยนะ
หลังจากเดินกลับไป พ่อก็ตื่นพอดีเลยโชว์รูปให้ดู พ่อก็คว้ากล้องวิดีโอไปถ่าย สักพักแม่ก็ตื่นก็ออกไปเดินเล่นริมทะเลสาบ ส่วนผมกลับไปนอนต่อ

หลังจากทำอาหารเช้าทานกันก็เช็คเอ้าท์ประมาณสิบโมง พร้อมๆกับกลุ่มสาวไทย จึงได้ถ่ายรูปร่วมกัน รูปหมู่นั้นคุณฮิโระเจ้าของถ่ายให้




ตอนที่เกี่ยวข้อง