ในการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งที่ 5 นี้ พ่ออยากจะขึ้น Fuji 5th Station เพราะได้เห็นรูปถ่ายจากที่ผมขึ้นไปเมื่อ 2 ปีก่อน โดยครั้งนั้นนั่งรถประจำทางจากสถานีชินจูกุมาลงสถานีคาวะงูจิโกะ แล้วซื้อตั๋ว Fujisan Fujigoko Passport 3 วันรวมขึ้น Fuji 5th Station ตามบันทึกที่เคยเขียนไว้ที่นี่ แต่ครั้งนี้มาทางรถไฟจากสถานีมัตซึโมโตะ ถ้ามาคนเดียวก็คงต่อรถไฟสาย Fujikyo และใช้ Fujisan Fujigoko Passport
คำนวนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
มาครั้งนี้ตัดสินใจใช้ JR Pass แล้ว ก็เลยมานั่งคำนวณค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงสองวันแถบ Fuji และ Kawaguchiko ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายต่อคนดังนี้- Fujisan Fujigoko Passport ซึ่งรวมรถไฟไปกลับจากสถานี Otsuki และ Kawaguchiko รถบัส Retro และ Fujikko เที่ยวรอบทะเลสาบทั้ง 5 สองวัน 3,550 เยน
- รถบัสจากสถานี Kawaguchiko ถึง Fuji Subaru Line 5th Station ไปกลับ 2,100 เยน
- ค่าเช่ารถสองวันรุ่นมาตรฐานระดับ P3 17,820 เยน
- ค่าทางด่วนจูโอ ที่ใกล้ Otsuki ที่สุด ไปลง Kawaguchiko ไปกลับเที่ยวละ 760 เยน รวม 1,520 เยน
- ค่าผ่านทาง Subaru Line ขึ้น Fuji 5th Station 2,060 เยน
เช่ารถที่ Totyota Rent a Car
หลังจากที่นั่งรถไฟจาก Matsumoto ถึงสถานี Otsuki ก็ให้ครอบครัวรอที่สถานี ส่วนผมก็เดินมาเช่ารถที่ Toyota Rent a Car เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่องเท่าไร แต่ว่าเจ้าหน้าที่มี App บน iPad เป็นเมนูคำถามภาษาอังกฤษกับเรา เป็น Procedure มาตรฐาน ถามว่าจองมาไหม ขอดู Passport ใบขับขี่ที่สามารถใช้ได้ ขอถ่ายเอกสาร เช่าถึงวันไหน กี่โมง คืนรถที่ไหน สุดท้ายเจ้าหน้าที่บอกว่าวันนี้ไม่มีรถขนาดเล็กนะ มีถูกสุดคือ Premio เราก็เอิ่ม จะเช่าระดับ P3 อยู่แล้วนี่หว่า ก็ตกลง และบอกว่าจะคืนรถเวลาบ่าย 3 วันรุ่งขึ้น ตอนนั้นประมาณ 10 น. ก็คือ เกิน 1 วันมา 5 ชั่วโมง คิด 16,319 เยน ก็ตกลงรูดบัตรเครดิต แล้วรอสักพักพนักงานก็นำรถมาให้ตรวจรับ พร้อมทั้งอธิบายเรื่องให้เติมน้ำมันก่อนมาส่งที่ปั๊มไหน
![]() |
Toyota Premio คันที่เช่าขับเที่ยว Fuji & Kawakuchiko |
ในรถมี GPS สองภาษา อังกฤษ-ญี่ปุ่น ในภาษาอังกฤษรู้ชื่อจุดหมายน้อยกว่า Google Map เช่นไม่รู้จัก Fuji 5th Station ขับจาก Otsuki ก็เลยตั้งค่าให้ไป Kawaguchiko ก่อนทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะแวะเข้าไป ตัว GPS ยังมี Bluetooth ให้เชื่อมกับมือถือ สามารถเปิดเพลงไปออกลำโพงรถได้
ขึ้นทางด่วนจูโอ (Chūō Expressway 中央自動車道)
หลังจากขับออกมาจากสถานี Otsuki สัก 2 กม. ก็เลี้ยวขวาขึ้นทางด่วนจูโอ ปัญหาก็คือไม่รู้จะจ่ายเงินยังไง เพราะรถไม่มี Tag ในการตัดจ่ายเงิน ที่ด่านก็ไม่มีคน เลยชะลอดูคันอื่นว่าทำยังไง สักพักก็มีรถกระบะที่ไม่ได้เข้าช่อง ETC ที่ใช้ Tag คนขับก็ยื่นมืออกไปดึงตั๋ว แล้วก็ขับออกไป ผมก็เลยทำตาม และคิดว่าคงจ่ายเงินตรงทางออก ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ขากลับก็ทำเช่นเดียวกัน แต่ว่าก็ยังงงอยู่ดีเพราะเป็นช่อง ETC ทั้งคู่ แต่ซ้ายสุดมีให้รับตั๋วได้ด้วย
ทางด่วนก็ขับรถได้เร็วพอสมควรถึง 110 กม.ต่อชั่วโมง ใช้เวลาจนถึง Fuji-Q Highland ทางออกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทางออกก็มีช่องจ่ายเงินซ้ายสุดมัเจ้าหน้าที่เอาตั๋วจากต้นทางไปคิดราคาค่าผ่านทาง
แวะ Fuji Visitor Center
หลังจากออกจากทางด่วน Chuo เลี้ยวขวาเพื่อจะไป Fuji 5th Station ก่อนถึงทางแยกจะเจอ Fuji Visitor Center ซึ่งจะมีข้อมูลการท่องเที่ยวรวมทั้งที่เป็นภาษาไทยด้วย ก็เลยไปสอบถามว่าขึ้น Fuji 5th Station สะดวกไหม (ถามไปอย่างนั้นแหละเพราะฟ้าเปิดขึ้นได้อยู่แล้ว) จะไปดู Shibazakura (Pink Moss) วันไหนดี
เนื่องจากวันนั้นเป็นวันศุกร์ก่อนวันหยุด Golden Week เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้เที่ยววันนี้ เพราะวันเสาร์คนจะเยอะมาก ก็เลยจะรีบขึ้น Fuji 5th Station แล้วไปดู Shibazakura ก่อนเข้าที่พัก อย่างไรก็ตาม ทุกคนในคณะก็หิวมากจึงกินอาหารกลางวันแบบง่ายๆ บนชั้นสองของ Visitor Center
![]() |
มื้อเที่ยงที่ Fuji Visitor Center |
เส้นทางดาวลูกไก่ ฟังถนนร้องเพลง
หลังจากเสร็จภาระกิจอาหารกลางวันคณะทัวร์ก็ขึ้นเขาฟูจิ โดยใช้เส้น Subaru ก็เลยตั้งชื่อหัวข้อว่าเส้นทางดาวลูกไก่ ระหว่างทางที่ขับรถไปพ่อก็บอกว่า คราวก่อนที่มากับทัวร์แล้วไม่ได้ขึ้นสถานีที่ 5 นั้นได้ฟังถนนร้องเพลงด้วยนะ ผมก็งงไปนิด เพราะคราวที่แล้วก็ไม่ได้ยินถนนร้องเพลงอะไร อาจเป็นเพราะต้องยืนบนรถประจำทาง และมัวคุยอยู่กับสาวๆ สเปนอยู่
หลังจากผ่านด่านจ่ายค่าผ่านทางขึ้นเส้น Subaru แล้ววิ่งไปสักพักก็จะมีสัญลักษณ์บนถนนเป็นรูปกุญแจซอลแล้วก็มีเสียงเพลงดังขึ้น ผู้ออกแบบอาศัยความเร็วของลมที่รถผลักกับการเซาะร่องพื้นบนถนนให้ได้ตัวโน้ตเล่นเป็นเพลง ตอนขาลงก็เช่นกัน เพลงทั้งสองขาไม่ใช่เพลงเดียวกัน เนื่องจากผมเป็นคนขับรถเองจึงไม่ได้บันทึกไว้ ขอนำมาจาก YouTube ให้ได้ฟังก็แล้วกัน ซึ่งจากวิดิโอคลิปน่าจะเป็นขาลงจากฟูจิไม่ใช่ขาขึ้น
เส้นทางสายนี้ขับไม่ยาก รถที่ขับเป็นเกียร์อัตโนมัติ บางช่วงโดยเฉพาะขาลงลองปรับมาใช้เกียร์ต่ำก็ไม่ดีเพราะแต่ละคนขับด้วยความเร็วที่สูงกว่าการใช้เกียร์ต่ำ ดังนั้นขับด้วยเกียร์ D ธรรมดาก็สามารถขับได้อย่างปลอดภัย
หลังจากผ่านด่านจ่ายค่าผ่านทางขึ้นเส้น Subaru แล้ววิ่งไปสักพักก็จะมีสัญลักษณ์บนถนนเป็นรูปกุญแจซอลแล้วก็มีเสียงเพลงดังขึ้น ผู้ออกแบบอาศัยความเร็วของลมที่รถผลักกับการเซาะร่องพื้นบนถนนให้ได้ตัวโน้ตเล่นเป็นเพลง ตอนขาลงก็เช่นกัน เพลงทั้งสองขาไม่ใช่เพลงเดียวกัน เนื่องจากผมเป็นคนขับรถเองจึงไม่ได้บันทึกไว้ ขอนำมาจาก YouTube ให้ได้ฟังก็แล้วกัน ซึ่งจากวิดิโอคลิปน่าจะเป็นขาลงจากฟูจิไม่ใช่ขาขึ้น
ฟูจิสถานีที่ 5
เนื่องจากเคยเขียนไว้แล้วตอน เที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 4.1 จากชินจูกุถึงฟูจิซัง จึงไม่ขอกล่าวถึงมาก แต่ให้ดูรูปที่ถ่ายกับครอบครัวที่จุดต่างๆ มาให้ชม
![]() |
ถ่ายบริเวณศาลเจ้าโคมิตาเกะ (Komitake Shrine) จุดนี้จะเป็นจุดที่ถ่ายภายได้สวยจุดหนึ่ง อาศัยเงาต้นไม้ด้านหลังไม่ให้เกิดเงาจากการย้อนแสงมาก |
![]() |
จุดนี้เป็นอีกจุดที่จะถ่ายรูปได้สวย หากเดินลงมาเข้าห้องน้ำ ตรง Information Center |
ตอนที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น